บทความ > 0072 -
การให้ความช่วยเหลือเด็กพิเศษอย่างทั่วถึง |
โปรแกรมทักษะชีวิตของเด็กพิเศษทีแท้จริง...จะพัฒนาอย่างไร ขอบคุณสถาบันไพดี้และการสังเคราะห์รายงานจากนางสาวสรวงธร นาวาผล นางสาวสายใจ คงทน และกลุ่ม We are happy [www.wearehappy.in.th] ในเรื่อง ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มการให้บริการและความช่วยเหลือแก่เด็กพิเศษในพื้นที่ ขออนุญาตทางทีมสถาบันไพดี้และทีม We Are Happy ในการคัดลอกบางส่วนของรายงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ทุกท่านที่สนใจนำไปต่อยอด... ."...ปัญหาเด็กพิเศษในประเทศไทย กำลังเป็นปัญหาที่ขยายวงกว้างขึ้นทุกขณะ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาในอนาคต คือ ประเทศไทยจะขาดประชากรที่มีคุณภาพสมบูรณ์เป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในขณะที่หน่วยงานทั้งส่วนราชการหรือภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือเด็กพิเศษเหล่านี้ยังมีจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงวิธีการที่ใช้ในการบำบัดนั้นก็ยังมีหลากหลาย ทำให้ผู้ปกครองเด็กพิเศษหลายท่านมีความสับสน และไม่เข้าใจถึงแนวทางการบำบัดต่างๆเหล่านั้น..." "...เด็กแต่ละคนมีฐานการเรียนรูและสภาพแวดลอมแตกตางกัน ทําใหมีความสามารถในทางสมองแตกต่างกัน แต่ทุกคนก็สามารถพัฒนาศักยภาพสูงสุดของตนได้...." "...สถาบันไพดี้ [www.paidi-th.com] อาจจะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการเป็นศูนย์กลาง ด้วยการ - สร้างความไว้วางใจกับผู้ปกครอง หน่วยงานและผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษ - มีองค์ความรู้ให้พ่อแม่นำไปใช้ได้ - ผสานผลประโยชน์ที่เป็นทั้งความรู้และรายได้ ที่ลงตัวได้ประโยชน์ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ - สร้างหลักสูตรการอบรม(Training) บริการแก่ ชุมชน ผู้ปกครอง โดยหางบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น สสส. อบจ. เป็นต้น - พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้น่าเชื่อถือ..." "...รัฐควรสนับสนุนให้เกิดการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้านต่าง ๆ..." "...เพิ่มบทบาทของผู้ปกครองในการให้การศึกษาแก่บุตรของตน...ส่งเสริมให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมิน คัดกรอง พัฒนาการเด็ก..." "...ชุมชนเข้ามามีบทบาท จัดการเรื่องการมีส่วนร่วม ระหว่างผู้ปกครองเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจถึงความต้องการของเด็กพิเศษ จะทำให้กระบวนการช่วยเหลือ การจัดการบริการ การเรียนการสอน เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น..." "...ควรมีกระบวนการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่แรกเกิด การดูแลช่วยเหลือและทำการบำบัดรักษาด้วยความรวดเร็ว จะทำให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เร็วขึ้น ไม่เป็นภาระของผู้ปกครองและสังคม..." "...ขยายการจัดการศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้..." บทสรุปจาก ดร.ป๊อป เพื่อให้เห็นรูปธรรมของการจัดระบบการบริการเด็กพิเศษในชุมชน โดยวิเคราะห์เนื้อหาข้างต้นของการระดมความคิดจากทุกฝ่ายในชุมชนและเสริมประสบการณ์จากการศึกษาระบบการบริการเด็กพิเศษในออสเตรเลีย:
...ทีมคณาจารย์กิจกรรมบำบัดและสถาบันไพดี้ได้นำกรอบความคิดโมเดลต้นไม้ทักษะชีวิต ที่วิจัยพบความสอดคล้องของทุกคนที่กำลังช่วยเหลือเด็กพิเศษ มาใช้ในระบบการบริการเด็กพิเศษได้ปีกว่า...พบว่า บุคลากรได้เพิ่มทักษะการเรียนรู้ (เช่น อ่านด้วยสมอง) ในเด็กพิเศษได้สำเร็จ แต่ยังต้องพัฒนาระบบการประเมินผลและระบบการประเมินโปรแกรมที่เป็นรูปธรรมของการพัฒนาเด็กแต่ละคนให้มีทักษะการดูแลตนเอง การทำงาน การเล่น การพักผ่อน และการเข้าสังคม อย่างแท้จริงใน 6 สัปดาห์ (1-2 ครั้งต่อสัปดาห์) ...ขณะนี้สถาบันไพดี้ ผู้ปกครอง และหน่วยงานในชุมชนกำลังเร่งระดมความคิดให้นำกรอบความคิดโมเดลต้นไม้ทักษะชีวิตและพัฒนาระบบโปรแกรมทักษะชีวิตให้สำเร็จต่อไป...โปรดติดตามครับ
**ขอนำบทความของอาจารย์ป็อปมาแบ่งปันครับ อ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง
|
|
| ผู้โพส : ยงยศ | 16 Mar 2010 10:43:43 |