บทความ > 0073 -
ระยะเวลาและความถี่ในการฝึกเด็กพิเศษ |
การพัฒนาเด็กที่ได้ผล - ความถี่และระยะเวลาเท่าไร หลายท่านคงสงสัยว่า กิจกรรมบำบัดเพื่อการพัฒนาเด็กกี่ครั้งต่อสัปดาห์และรวมกี่สัปดาห์ถึงจะเห็นประสิทธิผล? ลองมา ลปรร กันครับ ผมแนะนำให้ลองค้นข้อมูลจาก www.otseeker.com ที่มีการทบทวนและวิเคราะห์ประสิทธิผลจากการให้คะแนนรูปแบบและผลการวิจัยนั้นๆ ผู้ปกครอง นักกิจกรรมบำบัด และผู้ที่มีส่วนในการพัฒนาเด็ก ควรระบุให้ชัดเจนว่า เด็กได้รับการวินิจฉัยปัญหาด้านพัฒนาการ ด้านพฤติกรรม ด้านอื่นๆ ที่สามารถระบุใน website นั้นได้ ผมลองใช้เวลาสืบค้นอยู่ 1 ชม. ก็พบงานวิจัยที่มีคะแนนผ่านเกณฑ์และน่าเชื่อถือเพียง 2 เรื่องจาก 50 เรื่อง เช่น The Efficacy of Sensory Integration Treatment Compared to Tutoring Journal Title: Physical & Occupational Therapy In Pediatrics
Abstract ประเด็นที่น่าสนใจ: การประสมประสานการรับความรู้สึกตัวต่อตัว 75 ครั้ง (Sensory Integration, SI) มีประสิทธิผลไม่ต่างกับการสอนวิชาการตัวต่อตัว (29 วิชา/ครั้ง) ช่วยเพิ่มทักษะทางการเคลื่อนไหวและการเรียนในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้ ซึ่งใช้เวลา 6-12 เดือน Cognitive behavioral therapy for anxiety in children with autism spectrum disorders: a randomized, controlled trial Journal Title: The Journal of Child Psychology and Psychiatry
paper นี้ผมค้นหา Abstract จาก www.li.mahidol.ac.th [e-journal] Background: Children with autism spectrum disorders often present with comorbid anxiety disorders that cause significant functional impairment. This study tested a modular cognitive behavioral therapy (CBT) program for children with this profile. A standard CBT program was augmented with multiple treatment components designed to accommodate or remediate the social and adaptive skill deficits of children with ASD that could pose barriers to anxiety reduction. Method: Forty children (7–11 years old) were randomly assigned to 16 sessions of CBT or a 3-month waitlist (36 completed treatment or waitlist). Therapists worked with individual families. The CBT model emphasized behavioral experimentation, parent-training, and school consultation. Independent evaluators blind to treatment condition conducted structured diagnostic interviews and parents and children completed anxiety symptom checklists at baseline and posttreatment/postwaitlist. Results: In intent-to-treat analyses, 78.5% of the CBT group met Clinical Global Impressions-Improvement scale criteria for positive treatment response at posttreatment, as compared to only 8.7% of the waitlist group. CBT also outperformed the waitlist on diagnostic outcomes and parent reports of child anxiety, but not children’s self-reports. Treatment gains were maintained at 3-month follow-up. Conclusions: The CBT manual employed in this study is one of the first adaptations of an evidence-based treatment for children with autism spectrum disorders. Remission of anxiety disorders appears to be an achievable goal among high-functioning children with autism. ประเด็นที่น่าสนใจ: การบำบัดความรู้ความเข้าใจ/ความคิด มีประสิทธิผลในการลดความวิตกกังวล ที่มีผลต่อการพัฒนาทักษะการปรับตัวของพฤติกรรมทางอารมณ์และสังคมในเด็กออทิสติกที่มีระดับการเรียนรู้ดี ซึ่งใช้เวลา 3 เดือน (16 ครั้ง) จากสองงานวิจัย สรุปว่า ความถี่ของการพัฒนาเด็กต่อเนื่องกันตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป โดยไม่ระบุว่ากี่ครั้งต่อสัปดาห์ และใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่จากมาตราฐานของการฟื้นฟูสมรรถภาพระยะเห็นผลคือ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง และจากรูปแบบการจัดการความคิดและพฤติกรรมของตนเองจะมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนใน 6 สัปดาห์หรือ 1 เดือนครึ่ง ด้วยความถี่ตลอดวัน-ทุกวันต่อสัปดาห์ นั่นคือ หากเป็นปัญหาที่ซับซ้อน...เด็กควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกวันเพื่อให้ได้ประสิทธิผลที่ดีที่สุด หากเป็นปัญหาของการจัดการเวลาระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ...เด็กควรเข้ารับโปรแกรมที่คลินิกอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วประเมินผลของโปรแกรมตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป หากไม่ดีขึ้น ทุกท่านที่เกี่ยวข้องต้องปรับรูปแบบของโปรแกรมหรือบูรณาการกับโปรแกรมอื่นๆ ที่ประยุกต์กับการดำเนินชีวิตประจำวันและควรมีโปรแกรมฝึกที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน หากจัดโปรแกรมใดๆ น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ควรเพิ่มระยะเวลาของการพัฒนาเด็กแต่ละครั้ง เช่น 3 ชม. ต่อครั้ง มีพักระหว่างชั่วโมง เช่น ฝึก 1 ชม. พัก 15 นาที ฝึกอีก 1 ชม. และพักอีก 15 นาที เป็นต้น หากจัดโปรแกรมใดๆ น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และได้เพียงไม่เกิน 1 ชม. ต่อครั้ง ก็คงต้องใช้วิธีของ Self-Management Treatment Package (SMTP) - Moore, T.R. (2009). A brief report on the effects of a self-management treatment package on stereotypic behavior. Research in Autism Spectrum Disorder;3:695-701. Paper นี้สามารถค้นหาได้จาก ScienceDirect ครับ วิธีการคือ ใช้นาฬิกาจับเวลาในหนึ่งครั้งของการจัดโปรแกรม ตั้งแต่ 4 นาที-45 นาที และหยุดเวลาทุกๆครั้งที่สังเกตพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (เช่น ไม่อยู่นิ่ง ก้าวร้าว ไม่ทำกิจกรรม) แล้วกดจับเวลาต่อเมื่อสังเกตว่า พฤติกรรมเหมาะสม (เช่น นิ่ง ไม่ก้าวร้าว ทำกิจกรรม) โดยผู้บำบัดหรือผู้ปกครองตั้งเป้าหมายให้มีช่วงเวลาที่แสดงพฤติกรรมเหมาะสมในหนึ่งครั้งของการจัดโปรแกรม 15 นาที หากไม่ได้ก็พักและจัดโปรแกรมใหม่ที่ไม่บังคับเด็ก ซึ่งสัปดาห์หนึ่งควรฝึก 2-3 ครั้ง โดยไม่ได้ระบุว่าต้องต่อเนื่องกันในแต่ละครั้งและไม่ได้ระบุระยะเวลาทั้งหมดที่ต้องฝึกเป็นสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บำบัดหรือผู้ปกครองคงต้องตั้งเป้าหมายของการพัฒนาเด็กว่าจะใช้ช่วงเวลาทั้งหมดกี่สัปดาห์ (อาจทดลองดูว่าโปรแกรมที่คิดค้นให้เด็กแต่ละรายอย่างมีเหตุผลทางคลินิกจะมีประสิทธิผลในกี่ครั้งและกี่สัปดาห์)
จากบทความของ อ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง |
|||||||||
| ผู้โพส : ยงยศ | 16 Mar 2010 10:48:52 | ||||||||